ขาดตู้ฉุดส่งออกวูบ 5 พันล้าน แนะตั้งกองทุนช่วยค่าขนส่ง

หอการค้าชี้ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์กระทบส่งออกปี 2564 วูบ 5 พันล้านเหรียญ มั่นใจหากเศรษฐกิจโลกฟื้น มีวัคซีนโควิดครอบคลุมประชากรโลก ส่งออกไทยมีโอกาสขยายตัว 3.6%

ที่มา : https://www.prachachat.net/economy/news-595136

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการ
ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาตู้สินค้าขาดแคลน ส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่งปรับสูงขึ้น 3-5 เท่า ซึ่งกระทบต่อการส่งออกลดลงถึง 5,159 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือหดตัว 2.2%

“เรื่องนี้ต้องการให้ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งกองทุนช่วยเหลือด้านภาระต้นทุนการขนส่ง จูงใจในการนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ ช่วยเหลือด้านภาษีหาช่องทางอื่นในการขนส่งสินค้าโดยเร็ว”

สำหรับทิศทางการส่งออกไทยปี 2564 ภายใต้สถานการณ์ที่ทั่วโลกยังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 นั้น ทางหอการค้าไทยประมาณไว้ 2 กรณีสำคัญ คือ กรณีผลิตวัคซีนโควิด-19 ได้ตามเป้าหมาย 40% ของประชากรโลก ไทยจะมีมูลค่าการส่งออก 237,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 3.6% หรือส่งออกมีมูลค่าอยู่ในกรอบ 224,934-242,356 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัวอยู่ในกรอบติดลบ 1.8 ถึงติดลบ 5.8%

อีกกรณีไม่สามารถผลิตวัคซีนโควิด-19 ได้ตามเป้าหมาย ผลิตได้น้อยกว่า 40% ของประชากรโลก และจำนวนผู้ติดโควิด วันละ 7-8 แสนคน ไทยจะมีมูลค่าการส่งออก 227,165 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือติดลบ 0.8% หรือส่งออกมีมูลค่าอยู่ในกรอบ 214,899-232,321 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 6.2 ถึงติดลบ 1.4%

โดยปัจจัยบวกมาจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ GDP โลกโต 5.2% เศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าเริ่มพื้นตัว ขณะที่ธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์ GDP โลก ขยายตัว 4%

การฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิดให้กับประชากรโลกอย่างน้อย 40% ราคาน้ำมัน
ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นกว่าปี 2563 เฉลี่ย 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราค่าเงินบาท 31-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และการลงนามความตกลงหุ้นส่วน
ทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)

 

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ ไม่สามารถผลิตวัคซีนโควิด-19 ครอบคลุมประชากรโลกได้ตามเป้าหมาย ประชากรโลกมีประมาณ 7,700 ล้านคนได้รับวัคซีนไปแล้วเพียง 0.3%

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการผลิตมีเป้าไว้อยู่ที่ 6,000 ล้านโดส ฉีดได้ 3,000 ล้านคน หรือ 42% ของประชากรโลก หากผลิตไม่พอประชากรไม่ได้ตามเป้าหมายจะกระทบต่อกำลังซื้อ การขนส่ง และค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง เพราะหากแข็งค่า 1% ส่งออกลดลง 0.11%

“ประเด็นที่ต้องติดตามจากนี้ที่จะมีผลต่อการส่งออกไทย คือ นโยบายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม ผลของ Brexit Deal ส่วนปัจจัยเสี่ยงสุดท้าย ผลกระทบจากกรอบความตกลง EVFTA (เวียดนาม-ยุโรป) ซึ่งกระทบให้การส่งออกไทยลดลง 1,107 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 0.47% เนื่องจากสินค้าเวียดนามถูกกว่าไทย ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมีผลต่อการส่งออก”