Bangkok Shipowners and Agents Association

Bangkok Shipowners and Agents Association
The Association will not concern itself with freight rate and/or freight arrangements.
Home News Local Shipping News ‘คมนาคม’ลุยสร้างท่าเรือ Cruise พร้อมดันเดินเรือเฟอร์รี่เชื่อมอ่าวไทย
‘คมนาคม’ลุยสร้างท่าเรือ Cruise พร้อมดันเดินเรือเฟอร์รี่เชื่อมอ่าวไทย PDF Print E-mail
Friday, 23 September 2016 10:39
Transport Journal
“คมนาคม” ลุยสร้างท่าเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันเร่งผลักดันธุรกิจเดินเรือเฟอร์รี่ เชื่อมเส้นทางอ่าวไทยสองฝั่ง ฟาก “กรมเจ้าท่า” เดินหน้าออกประกาศเชิญชวนเอกชนยื่นข้อเสนอพร้อมแผนธุรกิจฯ คาดได้ข้อสรุป ต.ค. 59 พร้อมกำหนดเปิดเดินเรือขนส่งผู้โดยสารภายใน 1 ปีหลังได้รับใบอนุญาต โดยใช้ท่าเรือหัวหินและพัทยาได้ทันที 

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมเจ้าท่า (จท.) ครบรอบ 157 ปีว่า การก่อสร้างท่าเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise) จะเริ่มที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีก่อน โดยได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา วงเงิน 44.79 ล้านบาท ศึกษาแล้วคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือน ก.ย.นี้ โดยจะเร่งทำ EHIA ด้วย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณกลางปี 2560 นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างท่าเทียบเรือสำราญที่เกาะภูเก็ตด้วย 

ด้านนายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า หรือ จท. กล่าวว่า ในส่วนของการพัฒนาเส้นทางการเดินเรือเฟอร์รีแห่งใหม่เชื่อมโยงอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก พัทยา- ชะอำและหัวหินนั้น ซึ่งการสร้างท่าเรือเฟอร์รีเพื่อการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร อยู่ในขั้นตอนการศึกษา โดยขณะนี้กรมเจ้าท่าจะนำการเดินเรือในส่วนของเรือโดยสารออกมาดำเนินก่อน เนื่องจากมีท่าเรือรองรับ สามารถเปิดเส้นทางเดินเรือได้ทันที โดยกรมเจ้าท่าจะออกประกาศเชิญชวนผู้สนใจเดินเรือเฟอร์รีขนส่งผู้โดยสารเชื่อมโยงอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก โดยจะให้ระยะเวลา 45 วันในการจัดทำแผนข้อเสนอต่างๆ

ทั้งนี้ คาดว่าจะพิจารณาได้ภายในเดือน ก.ย.-ต.ค. 2559 เพื่อออกใบอนุญาตเส้นทางเดินเรือให้ผู้ที่มีข้อเสนอที่ดีที่สุด แผนธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ มีความเป็นไปได้ โดยจะกำหนดระยะเวลาในการเปิดเดินเรือภายใน 1 ปีหลังได้รับใบอนุญาต แต่หากสามารถเปิดเดินเรือได้เร็วกว่าจะได้รับคะแนนเพิ่มในส่วนนี้ คาดว่าจะเปิดเดินเรือได้ปลายปี 2560 

ขณะเดียวกัน คาดว่าจะมีผู้ยื่นข้อเสนอประมาณ 2 ราย โดยแผนธุรกิจที่นำเสนอจะประกอบด้วย จำนวนเรือ จำนวนเที่ยวเรือ อัตราค่าโดยสาร ใช้ท่าเทียบเรือใด ซึ่งปัจจุบันฝั่งตะวันออกมีท่าเรือแหลมบาลีฮาย ส่วนฝั่งตะวันตกมีท่าเรือหัวหิน ที่สามารถให้บริการสำหรับเรือโดยสารได้หากมีการเปิดเส้นทางเดินเรือเพิ่ม ส่วนการเดินเรือในเส้นทางดังกล่าวจะมีการประเมินคุณภาพในการให้บริการ ซึ่งจะกำหนดไว้ในใบอนุญาตเดินเรือ หากไม่สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานสามารถยกเลิกใบอนุญาตได้ ในขณะเดียวกัน จท. จะคุ้มครองไม่ให้มีเอกชนรายอื่นเข้ามาเดินเรือแข่งขัน และควบคุมในเรื่องมาตรฐานเรือ การให้บริการ อัตราค่าโดยสาร และความปลอดภัย

“การที่กรมฯ ออกประกาศเชิญชวนจะทำให้เอกชนเกิดความตื่นตัวมากขึ้น ขณะที่การขนส่งสินค้า และรถยนต์ไปด้วยนั้นจะต้องใช้เรือที่กินน้ำลึกมากกว่า โดยเรือผู้โดยสารกินน้ำลึกไม่เกิน 2 เมตร ซึ่งจะเป็นแผนหลัก การพัฒนาเส้นทางการเดินเรือเฟอร์รีแห่งใหม่ด้วยการสร้างท่าเรือเฟอร์รีเชื่อมโยง” นายศรศักดิ์กล่าว

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือเฟอร์รีเชื่อมโยงอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ที่ปรึกษาฯ ได้เสนอพื้นที่ทางเลือกเบื้องต้นในส่วนพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยด้านตะวันออก ประกอบด้วย ทางเลือก E-1 ท่าเรือเกาะลอย ทางเลือก E-2 ท่าเรือแหลมฉบัง (A1) ทางเลือก E-3 
ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา (ท่าเรือแหลมบาลีฮาย) และทางเลือก E-4 ท่าเรือจุกเสม็ด ส่วนพื้นที่ทางเลือกชายฝั่งด้านตะวันตก ประกอบด้วย ทางเลือก W-1 พื้นที่ปากร่องน้ำ บจก.ชลประทานซีเมนต์ ทางเลือก W-2 พื้นที่วัดไทรย้อย และทางเลือก W-3 ท่าเทียบเรือประมงหัวหิน 

โดยคาดว่าจะสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมแบบฉบับสมบูรณ์ในเดือน ต.ค. 2559 จากนั้นจะศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเรือต่อไป นอกจากนี้ยังมีการศึกษารูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน (PPP) ด้วย อย่างไรก็ตาม การพัฒนาท่าเรือเฟอร์รีเชื่อมสองฝั่งอ่าวไทยช่วยย่นระยะทางการขนส่งสินค้า ลดเวลาเดินทางทางถนนจากเดิม 5 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 ชั่วโมง และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ปีละไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน รถยนต์ปีละ 220,000 คัน กระตุ้นเศรษฐกิจ 2 พื้นที่ได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้เกิดการขยายตัวธุรกิจท่องเที่ยวและการลงทุนใหม่ซึ่งจะเริ่มเปิดให้เดินเรือได้ประมาณปี 2560-2562